Book Fair 2008
เมษายน 1, 2008
วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมาผมไปเดินงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่เท่าไรก็ไม่รู้แล้ว เพราะไม่ได้สนใจ ปีนี้พุ่งเป้าไปที่หนังสือที่หาซื้อตามร้านทั่วๆ ไปไม่ค่อยได้ การเดินในวันธรรมดาช่วงหลังเลิกงานก็เป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะหลีกเลี่ยงความแออัดยัดเยียดของผู้คนที่มีปริมาณมากถึงมากที่สุดในวันหยุด เพื่อรับกระแสโลกร้อนบริเวณทางเข้า-ออก โซน C จะมีตู้เปล่าสำหรับทิ้งกระดาษ ใบปลิว แผ่นพับ ที่แจกในงานหนังสือที่เราไม่ได้ใช้แล้ว โดยมีการแยกขนาดของกระดาษไว้ด้วย ยิ่งถ้านำกระดาษดังกล่าวไปรีไซเคิลใช้ตามที่โฆษณาไว้ด้วยก็จะดีมาก ๆ
ปีนี้ตั้งงบประมาณไว้ 1,000 บาท แต่สรุปแล้วเสียไป 1,200 บาท (-_-‘) เฮ้อ ได้หนังสือมาเจ็ดเล่ม เป็นหนังที่พิมพ์วางจำหน่ายที่หน้างานเกือบทั้งหมด มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
คู่มือศึกษาประวัติศาสตร์โลก ฉบับไม่งี่เง่า (สนพ.คบไฟ ราคา 165 บาท)
เล่มนี้เป็นหนังสือแปลมาจาก The No-Nonsense Guide to World History ของ Chris Brazier ผู้เขียนได้ทำการคัดสรร และคัดออกเรื่องราวประวัติศาสตร์ของโลกให้อยู่ในหนังสือหนึ่งเล่มที่มีจำนวนคำไม่เกิน 40,000 คำ ไล่เรียงตั้งแต่ต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตไปจนถึงความไม่สมดุลของศตวรรษที่ 21 เป็นคนไม่ถูกกับการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาๆ เท่าไร เห็นเล่มนี้ปั๊บก็หยิบปุ๊บเลย ฮ่า
อยู่กับฮิตเลอร์จนชั่วโมงสุดท้าย (สนพ.คบไฟ ราคา 235 บาท)
หนังสือแปลอีกเช่นกัน ต้นฉบับภาษาเยอรมันเป็นบันทึกความทรงจำที่เขียนโดยเลขานุการของฮิตเลอร์นาม เทราเดล ยุงเงอ ถือว่าเป็นมุมมองอีกมุมหนึ่งเกี่ยวกับอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ที่น่าอ่าน ใครที่เคยดูหนังเรื่อง Downfall ก็น่าจะสนในหนังสือเล่มนี้ เพราะหนังเรื่องนั้นก็สร้างจากหนังสือเล่มนี้แหละ
เสียงแห่งทศวรรษ (สนพ.openbooks 250 บาท)
หนังสือรวมบทสัมภาษณ์ของวรพจน์ พันธุ์พงศ์ นักสัมภาษณ์มืออันดับต้นๆ ของวงการสื่อสารมวลชน เนื้อหาในหนังสือเป็นการรวมบทสัมภาษณ์ที่คัดสรร 10 ชิ้น ที่มีแก่นเรื่องที่ท้าทายยุคทุนนิยม เงิน และกำไรสูงสุด ดูจากสารบัญก็ล้วนน่าสนใจมากไม่ว่าจะเป็น สมรักษ์ คำสิงห์, เดช บุลสุข, สุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์, แดนอรัญ แสงทอง, พระเมตตานันโท ภิกขุ, สรพงษ์ ชาตรี, แก๊ป ทีโทน ฯลฯ
ดีไซน์ + คัลเจอร์ (สนพ.ฟ้าเดียวกัน 300 บาท)
จริงๆ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อตั้งแต่แรก แต่สะดุดกับหน้าปกที่พาลให้นึกไปถึงหนังสือที่พูดเกี่ยวกับศาสนา ดูจริงๆ แล้วก็เป็นตัวย่อของชื่อหนังสือ D+C ที่ใช้เส้นโค้งสองเส้น พร้อมกับเนื้อหาที่คนที่ไม่ได้ร่ำเรียนหรือมีความรู้ด้านดีไซน์อย่างเราก็อ่านได้
เที่ยวเองง่ายๆ สบายกระเป๋าสตางค์สไตล์พี่วุฒิ&พี่เคท – ญี่ปุ่น (สนพ.ThaiLonelyPlanet.com 245 บาท)
หนังสือท่องเที่ยวสไตล์เที่ยวได้ไม่ง้อทัวร์ที่ตอนนี้มีมากมายหลายฉบับให้เลือกซื้อจนตาลาย ถ้าถามว่าทำไมผมซื้อฉบับนี้ ตอบกันแบบง่ายๆ ว่าดูจากข้อมูลข้างในเปรียบเทียบกัน ของพี่วุฒิ&พี่เคทนี่ถูกใจผมมากที่สุดครับ วันนี้ได้เจอกับเจ้าของหนังสือทั้งสองท่านด้วย อัทธยาศัยดีมากๆ ใครจะถามข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยวพี่ๆ ก็ตอบให้โดยไม่สนใจว่าจะซื้อหนังสือของเขาหรือเปล่า ต่อจากนี้ผมก็เก็บเงินไปเที่ยวคร้าบ อิอิ
เสียงเรียกของความรัก – อีแร้ง (สนพ.เลมอนกรีน 129 บาท)
ชื่อ “อีแร้ง” นี่สำหรับผมไม่ต้องใช้เวลาในการคิดเลยว่าจะซื้อ? เพราะผมต้องซื้ออยู่แล้ว เป็นนักเขียนคนแรกที่ผมซื้อหนังสือพ็อคเกตบุ๊คอ่านสมัย ม.ปลาย เลยล่ะครับติดใจมาตั้งแต่นั้นจนบัดนนี้ หน้าปกอาจจะดูอีโรติก แต่จริงๆ แล้วเนื้อหาข้างในค่อนข้างตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ในเล่มอีแร้งเขียนเกี่ยวกับเรื่องเพลง หนัง ต้นไม้ เรื่องเล่าจากประสบการณ์ที่พบเจอ
วิชาสุดท้าย [ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน] (สนพ.openbooks 165 บาท)
เป็นหนังสือแปลสุนทรพจน์ที่กล่าวไว้ในงานปัจฉิมนิเทศน์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ผู้เขียนเลือกแปลสุนทรพจน์ดีๆ ที่คิดว่า”โดนใจ” ผู้อ่าน เนื้อหาของผู้พูดแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน แต่มีความน่าสนใจทั้งสิ้น ผมอ่านของพี่สตีฟ จอบ กับเฮียบิล เกตต์ แล้ว เยี่ยมมากทั้งในของ “การเชื่อมโยงจุด” และ “การเผชิญหน้าและต่อกรกับความไม่เท่าเทียมกัน”
เอ้อ … ปวดหลังวุ้ย นั่งพิมพ์ยาวจริงๆ นะเนี่ย
Entry Filed under: fun, read. แท็ก: 2008, bookfair, reading.
5 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

![วิชาสุดท้าย เล่ม 2 *a[งานหมู หรือ งานหนัก เราก็รักที่ทำงานมั้ง?]](http://www.fileden.com/files/2008/5/3/1894087/mr_pig.jpg)
![This work is licenced under a Creative Commons Licence. [Creative Commons by-nc-sa]](http://i.creativecommons.org/l/by-nc-sa/3.0/80x15.png)



1.
Sunny | เมษายน 1, 2008 at 10:52 pm
The price of the book in Thailand is so cheap. Here in the U.S., one good book costs me at least $20 to $30.
2.
lek | เมษายน 2, 2008 at 4:24 am
วิชาสุดท้าย ท่าทางจะดังมาก หลายคนพูดถึง
จริงๆแล้วน่าจะให้อ่านตั้งแต่ปีสอง
3.
udom | เมษายน 2, 2008 at 9:41 am
Sunny
แบบนี้ต้องหาซื้อหนังสือมือสองอ่ะ ซันนี่ลองเข้าไปดูที่ http://www.betterworld.com ดูนะ นอกจากราคาไม่แพงแล้ว ยังช่วยเรื่องลดภาวะโลกร้อนด้วย
Lek
ตอนนี้น่าจะซื้อให้อ่านตั้งแต่ปีหนึ่งเลยนะ
4.
jui | เมษายน 4, 2008 at 1:26 pm
ผมเลิกไปงานหนังสือมาสองปีล่ะ
1. หาที่จอดรถไม่ได้
2. มักจะได้หนังสือที่ไม่ได้อยากอ่านติดมือมาเสมอ
3. คนเยอะรำคาญ
อิอิ
5.
udom | เมษายน 4, 2008 at 1:42 pm
jui
จอดรถไว้แล้วมาด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินก็ได้นะ คนเยอะนี่รำคาญเหมือนกัน แต่มันห้ามใจไม่ได้จริงๆ ว่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า