งานศพ
พักหลังผมไปงานศพมากกว่างานอื่นๆ เลย ก็คงเป็นธรรมดาที่มนุษย์มี เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตามอายุขัยของแต่ละคน ทำให้หลังๆ การไปงานศพไม่ได้ไปเพียงนั่งฟังพระสวด กินข้าวต้ม เจอหน้าเพื่อน แล้วกลับบ้าน แต่ทำให้ผมมานั่งคิดกับตัวเองว่า สุดท้ายคนเราทุกคนก็จบลงตรงที่เดียวกันทั้งนั้น
ในแผ่นพับที่เพื่อนผมพิมพ์แจกแขกที่มาในงานคุณแม่เพื่อนเสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด จากการเจาะคอเพื่อทำการฟอกไต เพราะเจาะที่แขนตามปกติไม่ได้ แต่คุณแม่ของเพื่อนก็อยู่โดยไม่ต้องฟอกไตมานานถึง 11 ปี จากไตของเพื่อนผมที่ยกให้แม่เขาไปข้างนึง ในย่อหน้าสุดท้ายของแผ่นพับ เพื่อนผมฝากบอกต่อมาและผมก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ทุกคนที่มีคุณพ่อคุณแม่สมควรจะต้องทำ ก็คือ การดูและ เอาใจใส่ ตอบแทนบุญคุณของท่านในช่วงชีวิตที่ท่านยังยิ้ม ยังหัวเราะ และยังทำสิ่งต่างๆ ร่วมกันกับเราได้
“มันจริงนะครับที่ว่า หาให้ท่านกินตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่ามาเคาะเรียกข้างโลง“
ที่มา: แผ่นพับงานสวดพระอภิธรรมศพ คุณแม่จิตตา ญาณีนุชพงษ์ โดย พีระพล น้ำหอมจันทร์
จัดพิมพ์: 6 พฤษภาคม 2551
![This work is licenced under a Creative Commons Licence. [Creative Commons by-nc-sa]](http://i.creativecommons.org/l/by-nc-sa/3.0/80x15.png)



เสียใจด้วยครับ.
Your friend’s great!
ความจริงที่เราเรียนรู้และทำให้ดีได้
@lek
ขอบใจมากนะ …
ฉันก็เพิ่งไปงานศพของพี่ที่ฉันเคยไป sub งาน พี่เขาเพิ่งอายุ 40-41 เอง แต่ว่าก็จากไปด้วยอาการหัวใจวายขณะที่นอนหลับ
ก่อนหน้านั้นฉันเองก็เพิ่งไปงานศพของพ่อเพื่อนที่ทำงานมาอีกเช่นกัน
อาจจะเป็นเพราะด้วยวัยของพวกเราที่ดำเนินมาถึงจุดที่เจออยู่สองงานคือ งานแต่งกับงานศพ
การที่ไปงานศพนี้ ฉันเองก็ได้คิดเช่นกันว่า สุดท้ายแล้วเราก็จะจบกันที่ตรงนี้ และในบางครั้งก็มากระทันหันโดยเราไม่รู้ตัว ดังนั้นหากอยากทำอะไรเพื่อใครก็น่าจะทำทั้งที่ยังมีโอกาสอยู่ ก่อนที่จะต้องมานั่งเสียดายที่ไม่ได้ทำค่ะ
คนเรานั้นไม่แน่นอน พึงกระทำในสิ่งที่อยากทำให้คนที่รัก ก่อนจะสายเิกินไป
นี่คือประสบการณ์ตรงของผมครับ ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ไม่สร่างซา
@cotton
@NuT
ขอบคุณที่แวะมานะครับ