นาค
กรกฎาคม 6, 2008
ผมพลาดการไปชม “นาค” จากฝีมือของ บอย โกสิยพงษ์ และทีมงาน beboydcg พอดีวีดีหนังเรื่องนี้ออกผมก็สอยมาเลย หนังเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแนว fantasy เล่าเรื่องการสู้กันระหว่างผีบ้าน หรือผียุคเก่า เช่น แม่นาค เปรต ผีหัวขาด กับผีเมืองที่มาเป็นผีแนวผีฝรั่ง ฝ่ายแรกเพื่อชิงตัวเด็ก “ธี” ที่เป็นกุญแจสำคัญในพิธีกรรมที่จะปล่อยให้ผีเมืองเข้ามาอาละวาด และครองโลก ทำให้ฝ่ายผีบ้านที่มีแม่นาคเป็นผู้นำในการชิงตัวเด็กกลับมา
พอดูจบแล้วก็ผิดหวังเล็กน้อย เพราะการเดินเรื่องค่อนข้างจะไม่น่าติดตามไปจนจบ ดูกระโดด ๆ ยังไงไม่รู้ แม้ว่าภาพในหนังจะสวยมากๆ ดูจากรูปที่ capture มาได้ ผมว่าทีมงานฝีมือด้านภาพไม่แพ้เมืองนอกเลย ยกนิ้วใ้ห้ครับ แม้ว่าบางฉากจะดูเหมือนอะนิเมจากค่ายจิบหลิไปหน่อย
แพ็คเกจดีวีดีเป็นกล่องพิมพ์ลายนูนบนตัวกล่อง ด้านในเปิดมาจะเป็น pin-up ของตัวละครในหนัง ตัวแผ่นจะอยู่ด้านในวางบนถาดพลาสติก ตัวดีวีดีเป็น dvd9 มาพร้อมกับ special feature ดังนี้
- เบื้องหลังแห่งจินตนาการกว่าจะเป็น “นาค” – อันนี้เ็ป็นชิ้นเดียวกันกับที่ฉายทางทีวี และในตู้โทรทัศน์ตอนโปรโมท ประมาณ 6 นาที เอ่อ … ถ้าพี่ทำได้แค่เอาพี่บอยมาพูดหยิมๆ ตัดกับภาพในหนัง แล้วก็แทรกภาพของทีม animater เข้ามานิดหน่อย ก็ไม่ต้องตั้งชื่อให้เว่อร์แบบนี้หรอก
- บทสัมภาษณ์ทีมพากย์เสียง – ตัวนี้ก็เป็นชุดเดียวกับในโทรทัศน์อีกเช่นเคย อันนี้ดูดีขึ้นมานิดนึงเพราะมีภาพตอนพากย์ใส่มาให้ดูด้วยนิดนึง
- เพลงประกอบภาพยนตร์ – จริงๆ แล้วควรจะบอกว่าเป็น MV เพลงประกอบภาพยนตร์มากกว่า
- อัลบั้มภาพ – เป็นภาพนิ่งประมาณ 15 ภาพ
- ตัวอย่างภาพยนตร์
สรุปว่า ภาพสวย เพลงเพราะ แต่บทอ่อนไปนิดนึงนะครับ หรือจะเรียกว่าสวยแต่รูปจูบหอมน้อยไปหน่อยก็ได้ฮะ
เอาว่าซื้อให้ลูกให้หลานดูก็คุ้มแล้วนะ
Entry Filed under: dvd, film. แท็ก: animation, นาค, บอย โกสิยพงษ์, หนังไทย.
6 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed




![วิชาสุดท้าย เล่ม 2 *a[งานหมู หรือ งานหนัก เราก็รักที่ทำงานมั้ง?]](http://www.fileden.com/files/2008/5/3/1894087/mr_pig.jpg)
![This work is licenced under a Creative Commons Licence. [Creative Commons by-nc-sa]](http://i.creativecommons.org/l/by-nc-sa/3.0/80x15.png)



1.
nubalm | กรกฎาคม 8, 2008 at 11:08 am
เหนื่อยว่ะเพ่ดม (เหนื่อยเรื่องคนนะ ไม่ได้เหนื่อยเรื่องงาน)
ปวดหมอง
2.
udom | กรกฎาคม 8, 2008 at 11:43 am
@nubalm
อย่าไปคิดมากเฟร้ย คนเราร้อยพ่อพันแม่ โตมาต่างกัน
เราคิดดีเข้าไว้ ใจจะได้ไม่ตกนะ สู้ๆ ๆ
3.
ningyogaphuket | กรกฎาคม 10, 2008 at 4:39 pm
ม่ายได้ปายดูเหมือนกัน ดีนะไม่งั้นเสียดายตังค์ปล่าว ๆ ถือว่าโชคดีนะเนี่ย อิอิ
4.
udom | กรกฎาคม 10, 2008 at 6:04 pm
@ning
เด็กๆ ดูอาจจะชอบก็ได้นะครับ
5.
cotton | กรกฎาคม 12, 2008 at 6:40 pm
จำได้ว่าตอนเข้าโรงฉาย มีคนบ่นเยอะว่าไม่สนุก
จริงๆ เมืองไทยชอบเป็นแบบนี้อะ
ไม่ค่อยเน้นเรื่องบท ชอบไปเน้นอย่างอื่น
แต่ความสำคัญของหนังมันก็คือบทอยู่ดี
ถ้าบทดี ลายเส้นไม่สวย เทคนิคไม่ต้องอลัง ก็น่าดูมากกว่า
(ความเห็นส่วนตัวค่ะ)
เรื่องนี้คงผ่านอะ
6.
udom | กรกฎาคม 12, 2008 at 8:17 pm
@cotton
ถูกต้องนะค้าบ เคยอ่านใน FILMAX มีบทสัมภาษณ์คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว บอกเลยว่าวงการหนังไทยยังขาดแคลนบทหนังดีๆ อยู่ ปัจจัยอีกปัจจัยหนึ่งก็คือค่าตอบแทนของคนเขียนบทนี่น้อยกว่า ดารา หรือ ผู้กำกับเสียอีก ไม่เหมือนเมืองนอกเขียนบทดีๆ เจ๋งๆ ก็เลี้ยงตัวได้
ดูเหมือนว่าวงการอาชีพขีดๆ เีขียนๆ ในบ้านเราจะทำอาชีพเดียวเลี้ยงตัวได้ยากจริงๆ เฮ้อ