ทำอย่างไรให้ห่างไกล GERD
GERD อาจเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ของคนทำงานอย่างเราๆ GERD คือ โรคที่พบได้บ่อยไม่แพ้โรคไมเกรนหรือโรคประจำตัวอื่นๆ ว่าแต่ต้องขอเกริ่นสะหน่อยครับ ว่าผมรู้จักเจ้า GERD นี่ได้ยังไง ที่มาที่ไปมีอยู่ว่าน้องมะม่วงของผมนี่แหละครับโดนเจ้า GERD รังแกจนต้องไปพบคุณหมอ ด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และเหมือนอาหารติดคออยู่ตลอดเวลาหลังจากทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีแรกก็นึกว่าน้องเค้าเป็นหอบกำเริบ แต่ เอ…พักหลังนี่น้องมะม่วงก็ดูแข็งแรงดี แถมยัง Happy กับงานอีกตะหาก ผมเองก็เลยเริ่มสงสัยว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติสะแล้ว เลยให้น้องเค้าลองไปพบคุณหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดดูน่าจะดีกว่าเรื่อง สุขภาพนี่รอช้าไม่ได้นะคร้าบ
ผลปรากฏว่าน้องมะม่วงเป็น GERD หรือที่่รู้จักกันในภาษาไทยว่า “โรคกรดไหลย้อน” ชื่อเต็มของมัน คือ Gastroesophageal Reflux Disease เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร โดยของที่ไหลย้อนกลับขึ้นไปส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหารหรือบางครั้งอาจ เป็นด่างจากลำไส้เล็กซึ่งพบเป็นส่วนน้อยครับ ทั้งนี้ อาจเป็นสาเหตุทำให้หลอดอาหารอักเสบหรืออาจจะไม่ก็ได้
เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับเจ้า GERD กันอย่างจริงๆจังๆกันดีกว่า นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองแล้ว ยังอาจเป็นประโยชน์สำหรับคนใกล้ตัวเราอีกด้วยครับ ผมจึงขออนุญาตยกเอาบทความเรื่อง “20 วิธีต้านภัยโรคกรดไหลย้อนหรือโรคเกิร์ด” ของคุณ Wullopp จากบล็อก oknation.net แบบย่อๆมาเล่าสู่กันฟัง หากใครอยากอ่านบทความแบบเต็มรูปแบบ สามารถเข้าไปอ่านโดยคลิกไปที่บทความนะครับ เค้าให้รายละเอียดต่่างๆไว้แบบเข้าใจง่ายและไม่ทำให้ผู้ป่วยตื่นตระหนกกับ เจ้าโรคดังกล่าวนี้เกินไปครับ
เค้าเล่าให้ฟังว่า ยุคนี้เป็นยุคที่โรคแผลกระเพาะอาหารและแผลลำไส้จากน้ำย่อย (Peptic Ulcer Disease / PU) ลดลง เปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่คือ โรคกรดไหลย้อนหรือเจ้า “เกิร์ด (Gastroesophageal Reflux Disease / GERD) ได้แจ้ง “เกิด” จนกลายเป็นโรคสุดฮิตแทน
โลกของเรามีประชากรประมาณ 6 พันกว่าล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเป็นโรคนี้ก็ไม่ต้องตกอกตกใจอะไร เนื่องจากมีคนป่วยเป็นเพื่อนเรามากถึงประมาณ 1,000 ล้านคน
อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร คอหอย หรือช่องปาก ได้แก่
• ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอก > ฝรั่งจึงเรียกว่า ‘heartburn‘ หรือร้อนเหมือนไฟลนหัวใจ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ
• รู้สึกคล้ายมีก้อนจุกอยู่ในคอ เนื่องจากบางคนกรดไหลย้อนสูงหน่อย ทำให้กล่องเสียง หรือคอหอยอักเสบเลย
• กลืนลำบากติดๆ ขัดๆ หรือกลืนเจ็บ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ แต่ถ้ากลืนอะไรไม่ลงนี่… ต้องรีบไปปรึกษาหมอใกล้บ้าน เนื่องจากอาจเป็นอาการของเนื้องอกในหลอดอาหารได้
• เจ็บคอ แสบปาก แสบลิ้นเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนเช้า เนื่องจากเวลานอนกรดจะไหลย้อนได้มากกว่าเวลาอื่นๆ
• บางคนได้รสขมของน้ำดี หรือรสเปรี้ยวของกรด เนื่องจากกรดไหลย้อนสูงมากๆ > ถ้ากรดไหลย้อนมากจริงๆ อาจทำให้ฟันสึกกร่อน เสียวฟัน หรือฟันผุได้
อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นกล่องเสียงได้แก่
• เสียงแหบ โดยเฉพาะเสียงแหบตอนเช้า
• ไอเรื้อรัง หรือหายใจไม่ออกตอนกลางคืน
• เป็นโรคปอดอักเสบบ่อยๆ > ข้อนี้พบในคนที่กรดไหลย้อนมากจนเอ่อล้นเข้าไปในหลอดลม
วิธีสู้ภัยพิบัติจากโรคกรดไหลย้อนหรือเจ้าเกิร์ด ได้แก่
(1). ทำใจ
• ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติใดเกิดขึ้น… ขั้นแรกคือ ต้องทำใจให้ได้ เช่น ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร
• คนในโลก 6 พันล้านคนเป็นโรคนี้ตั้ง 1 พันล้านคน เป็นแล้วโลกก็จะไม่ทำให้โลกแตกอะไร
• ควรหัดตั้งสติให้ได้ว่า โรคนี้ถึงจะ “ไม่หาย” แต่คนเกือบทั้งหมดก็ไม่ได้ตายด้วยโรคนี้
• คนที่ตายด้วยโรคนี้ (เกิร์ดหรือกรดไหลย้อน) มีน้อยมากๆ คือ หลอดอาหารบางคนอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร แต่ก็พบน้อยมากๆ ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ “ร่วมโรค” ของเราอีก 1 พันล้านคนคงจะตายเรียบไปหมดแล้ว
• พอทำใจได้แล้วจะได้ตั้งใจอยู่กับมันให้ได้ และตั้งหน้าตั้งตาปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์ / lifestyle) ให้เรื่องหนักกลายเป็นเรื่องเบาต่อไป
(2). ลดความอ้วน
• ถ้าอ้วน > ควรหาทางลดน้ำหนัก เนื่องจากไขมันในช่องท้อง และไขมันรอบพุงต่างก็มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น
(3). ลดเครียด
• ถ้าเครียดง่าย > ควรหาทางลดความเครียด เช่น ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ฝึกหายใจช้าๆ ไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที วันละ 15 นาที ฝึกไทเกก-ไทชิ มวยจีน โยคะ ฯลฯ
• เวลาดู TV ไทยต้องมีรีโมตไว้ใกล้ตัว > พอเห็นข่าวร้ายๆ เช่น ข่าวพวกประท้วงทั้ง 2 ฝ่าย ข่าว 3 จังหวัดภาคใต้ ข่าวชายแดนเขมร ฯลฯ จะได้รีบปิด TV หรือเปลี่ยนช่องทันที
• ถ้ารู้ตัวว่า ขวัญอ่อน … อย่าไปดูข่าวการเมืองมากเกิน เพราะความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารออกมามากขึ้นได้
(4). เลิกบุหรี่
• ถ้าสูบบุหรี่ … ควรเลิกบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
• ถ้าไม่สูบบุหรี่ … อย่าสูบเลยครับ
• คนที่ไม่สูบบุหรี่มีโอกาสอายุยืนกว่าคนสูบบุหรี่ประมาณ 12 ปี แถมยังลดโอกาสป่วยหนักก่อนตายอีกประมาณ 1 ปี 8 เดือน เช่น ลดความเสี่ยง (โอกาส) เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งอาจถูกเจาะคอ ใส่เครื่องช่วยหายใจก่อนตาย ฯลฯ
(5). ไม่สวมเสื้อผ้าคับ
• การสวมเสื้อผ้าคับเพิ่มความดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
(6). ระวังท้องผูก
• การเบ่งอะไรนานๆ โดยเฉพาะเบ่งถ่ายอุจจาระเวลาท้องผูก มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
• วิธีป้องกันท้องผูกที่ดีคือ กินเส้นใย(ไฟเบอร์)จากพืชผักให้มากพอทุกวัน ดื่มน้ำให้มากพอ และออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ
(7). ระวังโรคไอ
• โรคอะไรก็ได้ที่ทำให้ไอเรื้อรังจะทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแรงดันในช่องท้องจะเพิ่มขึ้นมากเวลาไอ
(8). ไม่กินอิ่มเกิน
• คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเกิร์ดควรแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กหน่อย วันละหลายๆ มื้อ เช่น วันละ 4-5 มื้อ ฯลฯ
• การกินอาหารมื้อใหญ่ๆ โดยเฉพาะการไปงานเลี้ยงหรือกินฟรี จะทำให้อาหาร น้ำ และลมในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
(9). ไม่กินข้าวคำน้ำคำ
• การกินข้าวคำน้ำคำ หรือการดื่มน้ำตามหลังอาหารแทบทุกคำจะทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
• ถ้าเป็นไปได้… ควรกินอาหารแค่พออิ่ม อย่าให้อิ่มเกิน อิ่มแล้วรอสักพัก 10-15 นาทีค่อยดื่มน้ำตาม
(10). ไม่กินไปพูดไป
• การกินไปพูดไปจะทำให้เผลอกลืนลม(อากาศ)เข้าไปพร้อมอาหาร ทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และลมรวมกันมากเกิน ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
(11). มื้อค่ำคำเล็กๆ
• อาหารมื้อเย็นหรือมื้อค่ำควรฝึกกินคำเล็กๆ กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และกินให้เร็วขึ้น เช่น ถ้ากินตอน 2 ทุ่มควรเปลี่ยนเป็น 1 ทุ่ม ฯลฯ และเปลี่ยนเวลากินข้าวเย็นให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนอาการทุเลาลง
• การกินอาหารใกล้เวลานอนจะทำให้อาหารที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย เนื่องจากหลอดอาหารจะเปลี่ยนแกนจากแนวตั้งเป็นแนวนอน
• เปรียบคล้ายขวดน้ำ … ถ้าเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นแนวนอนแล้ว น้ำจะไหลออกจากขวดได้ง่ายขึ้น
• ยิ่งถ้าไม่กินข้าวเย็นแบบพระได้ยิ่งดี เพราะโรคเกิร์ดไม่ถูกกับข้าวเย็น และที่เสี่ยงแบบสุดๆ คือ มื้อดึก ซึ่งควรงดไปเลย
• การนอนหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ น้ำจะหกได้ง่าย
• ทางที่ดีคือ ควรกินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และไม่ควรดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอนเช่นกัน
(12). ยืน เดิน หรือนั่งหลังอาหาร
• การก้มตัว โดยเฉพาะการยกของหนักมีส่วนทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
• การก้มตัวไปข้างหน้า หรือเอี้ยวตัวไปด้านข้างหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ น้ำจะหกได้ง่าย
(13). ไม่ยกของหนัก
• การยกของหนักหลังอาหารทันทีจะทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้นมาก
• การยกของหนักทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ไม่ยกของหนักภายใน 2 ชั่วโมงแรกหลังอาหาร
(14). กินอาหารไขมันต่ำ
• อาหารไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารประเภท “ผัดๆ ทอดๆ” หรืออาหารที่มีน้ำมันมาก เช่น กินสลัดผักแบบเทน้ำสลัดโชกหยาดเยิ้ม หรือกินแกงกะทิมากๆ ฯลฯ มีส่วนทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
(15). หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง
• อาหารบางอย่างอาจทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น พวกเราที่เป็นโรคเกิร์ดควรสังเกตว่า เราถูกกับอาหารอะไร ไม่ถูกกับอาหารอะไร จดบันทึกไว้ ต่อไปจะได้ปรับเปลี่ยนได้ ฯลฯ
• อาหารที่ไม่ถูกหรือแสลงกับโรคก็ควรกินแต่น้อย ไม่ต้องถึงกับงดจนเป็นศูนย์ เดี๋ยวชีวิตจะไม่มีความสุข
• หลักการคือ ขอให้ชีวิตเรามีความสุขที่ได้มีโดยชอบธรรม ไม่ไปคดโกง ไม่ไปเบียดเบียนใคร และขอให้แสวงหาความสุขที่ได้โดยชอบธรรมนี้แต่พอดี ไม่เสพสุขมากจนทำให้ตัวเรา หรือคนอื่นเดือดร้อน
• อาหารที่อาการทำให้โรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนแย่ลงได้แก่ หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ อาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด) ชอคโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ นม หรืออาหารรสจัดบางอย่าง
• ถ้าดื่มนม… ควรเปลี่ยนนมเป็นนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมัน
(16). ไม่ดื่มน้ำคราวละมากเกิน
• การดื่มน้ำคราวละมากๆ เช่น 4-5 แก้วรวดเดียว ฯลฯ จะทำให้ปริมาตรอาหาร น้ำ และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย
(17). ไม่ดื่มเครื่องดื่มมากเกิน
• ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมากเกินด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ (16) เครื่องดื่มที่อาจทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายคือ กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง แอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท ฯลฯ
(18). ลดน้ำอัดลม
• น้ำอัดลมทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย
(19). ลดน้ำผลไม้
• น้ำผลไม้มีน้ำตาลมาก ทำให้อิ่มได้น้อย ทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย
(20). นอนหัวสูง
• นอนหัวสูงในที่นี้ไม่ใช่หนุนหมอนหลายๆ ใบ เนื่องจากการหนุนหมอนหลายๆ ใบจะทำให้ปวดคอได้ง่าย
• วิธีที่ดีกว่าคือ การหาแผ่นไม้หรือแผ่นโลหะที่แข็งแรงมั่นคงมารองขาเตียงด้านหัวให้สูงขึ้น 6-10 นิ้ว เพื่อให้หลอดอาหารอยู่ในแนวตั้งมากขึ้นดังภาพ
• การรองหัวเตียงทำให้หลอดอาหารอยู่ในแนวนอนน้อยลง แนวตั้งเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้น้อยลง
• ถ้าเป็นไปได้… ควรหาอะไรป้องกันไม่ให้ลำตัวลื่นไหลตกไปด้านปลายเตียงด้วยจึงจะดี
ถ้าทำทุกวิธีแล้วอะไรๆ ยังไม่ดีขึ้น เสนอให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ยาลดกรด (ทำให้การหลั่งกรดลดลง) และยาเสริมการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร (ทำให้กรดไหลย้อนได้น้อยลง)
ถึงตรงนี้… หวังว่าทุกคนคงจะทราบวิธีหลีกเลี่ยง เจ้า GERD กันแล้วนะครับ ส่วนใครที่เป็นแล้วก็ไม่ต้องกังวล ปฏิบัติตนให้ดีเพราะคุณหมอของน้องมะม่วงเค้าบอกมาว่า โรคนี้มีโอกาสหายขาด แต่ต้องใจเย็นๆนะครับ
ที่มา: “20 วิธีต้านภัยโรคกรดไหลย้อนหรือโรคเกิร์ด” ของคุณ Wullopp
เค้าเล่าให้ฟังว่า ยุคนี้เป็นยุคที่โรคแผลกระเพาะอาหารและแผลลำไส้จากน้ำย่อย (Peptic Ulcer Disease / PU) ลดลง เปิดโอกาสให้คลื่นลูกใหม่คือ โรคกรดไหลย้อนหรือเจ้า “เกิร์ด (Gastroesophageal Reflux Disease / GERD) ได้แจ้ง “เกิด” จนกลายเป็นโรคสุดฮิตแทน
โลกของเรามีประชากรประมาณ 6 พันกว่าล้านคน เพราะฉะนั้นถ้าเราจะเป็นโรคนี้ก็ไม่ต้องตกอกตกใจอะไร เนื่องจากมีคนป่วยเป็นเพื่อนเรามากถึงประมาณ 1,000 ล้านคน
อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นหลอดอาหาร คอหอย หรือช่องปากได้แก่
- ปวดแสบร้อนบริเวณหน้าอก > ฝรั่งจึงเรียกว่า ‘heartburn’ หรือร้อนเหมือนไฟลนหัวใจ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ
…
- รู้สึกคล้ายมีก้อนจุกอยู่ในคอ เนื่องจากบางคนกรดไหลย้อนสูงหน่อย ทำให้กล่องเสียง หรือคอหอยอักเสบเลย
- กลืนลำบากติดๆ ขัดๆ หรือกลืนเจ็บ เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ แต่ถ้ากลืนอะไรไม่ลงนี่… ต้องรีบไปปรึกษาหมอใกล้บ้าน เนื่องจากอาจเป็นอาการของเนื้องอกในหลอดอาหารได้
…
- เจ็บคอ แสบปาก แสบลิ้นเรื้อรัง โดยเฉพาะตอนเช้า เนื่องจากเวลานอนกรดจะไหลย้อนได้มากกว่าเวลาอื่นๆ
- บางคนได้รสขมของน้ำดี หรือรสเปรี้ยวของกรด เนื่องจากกรดไหลย้อนสูงมากๆ > ถ้ากรดไหลย้อนมากจริงๆ อาจทำให้ฟันสึกกร่อน เสียวฟัน หรือฟันผุได้
อาการที่พบบ่อยจากโรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนขึ้นกล่องเสียงได้แก่
- เสียงแหบ โดยเฉพาะเสียงแหบตอนเช้า
…
- ไอเรื้อรัง หรือหายใจไม่ออกตอนกลลางคืน
- เป็นโรคปอดอักเสบบ่อยๆ > ข้อนี้พบในคนที่กรดไหลย้อนมากจนเอ่อล้นเข้าไปในหลอดลม
…
วิธีสู้ภัยพิบัติจากโรคกรดไหลย้อนหรือเจ้าเกิร์ดได้แก่
(1). ทำใจ
- ไม่ว่าจะมีภัยพิบัติใดเกิดขึ้น… ขั้นแรกคือ ต้องทำใจให้ได้ เช่น ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไร
…
- คนในโลก 6 พันล้านคนเป็นโรคนี้ตั้ง 1 พันล้านคน เป็นแล้วโลกก็จะไม่ทำให้โลกแตกอะไร
- ควรหัดตั้งสติให้ได้ว่า โรคนี้ถึงจะ “ไม่หาย” แต่คนเกือบทั้งหมดก็ไม่ได้ตายด้วยโรคนี้
…
- คนที่ตายด้วยโรคนี้ (เกิร์ดหรือกรดไหลย้อน) มีน้อยมากๆ คือ หลอดอาหารบางคนอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นมะเร็งหลอดอาหาร แต่ก็พบน้อยมากๆ ไม่อย่างนั้นเพื่อนๆ “ร่วมโรค” ของเราอีก 1 พันล้านคนคงจะตายเรียบไปหมดแล้ว
- พอทำใจได้แล้วจะได้ตั้งใจอยู่กับมันให้ได้ และตั้งหน้าตั้งตาปรับเปลี่ยนแบบแผนการใช้ชีวิต (ไลฟ์สไตล์ / lifestyle) ให้เรื่องหนักกลายเป็นเรื่องเบาต่อไป
…
(2). ลดความอ้วน
- ถ้าอ้วน > ควรหาทางลดน้ำหนัก เนื่องจากไขมันในช่องท้อง และไขมันรอบพุงต่างก็มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายขึ้น
…
(3). ลดเครียด
- ถ้าเครียดง่าย > ควรหาทางลดความเครียด เช่น ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ฝึกหายใจช้าๆ ไม่เกิน 10 ครั้งต่อนาที วันละ 15 นาที ฝึกไทเกก-ไทชิ มวยจีน โยคะ ฯลฯ
…
- เวลาดู TV ไทยต้องมีรีโมตไว้ใกล้ตัว > พอเห็นข่าวร้ายๆ เช่น ข่าวพวกประท้วงทั้ง 2 ฝ่าย ข่าว 3 จังหวัดภาคใต้ ข่าวชายแดนเขมร ฯลฯ จะได้รีบปิด TV หรือเปลี่ยนช่องทันที
- ถ้ารู้ตัวว่า ขวัญอ่อน… อย่าไปดูข่าวการเมืองมากเกิน เพราะความเครียดจะทำให้เกิดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารออกมามากขึ้นได้
…
(4). เลิกบุหรี่
- ถ้าสูบบุหรี่… ควรเลิกบุหรี่ เนื่องจากบุหรี่เพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
…
- ถ้าไม่สูบบุหรี่… อย่าสูบเลยครับ
- คนที่ไม่สูบบุหรี่มีโอกาสอายุยืนกว่าคนสูบบุหรี่ประมาณ 12 ปี แถมยังลดโอกาสป่วยหนักก่อนตายอีกประมาณ 1 ปี 8 เดือน เช่น ลดความเสี่ยง (โอกาส) เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ซึ่งอาจถูกเจาะคอ ใส่เครื่องช่วยหายใจก่อนตาย ฯลฯ
…
(5). ไม่สวมเสื้อผ้าคับ
- การสวมเสื้อผ้าคับเพิ่มความดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
…
(6). ระวังท้องผูก
- การเบ่งอะไรนานๆ โดยเฉพาะเบ่งถ่ายอุจจาระเวลาท้องผูก มีส่วนเพิ่มแรงดันในช่องท้อง ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
…
- วิธีป้องกันท้องผูกที่ดีคือ กินเส้นใย(ไฟเบอร์)จากพืชผักให้มากพอทุกวัน ดื่มน้ำให้มากพอ และออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ
…
(7). ระวังโรคไอ
- โรคอะไรก็ได้ที่ทำให้ไอเรื้อรังจะทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น เนื่องจากแรงดันในช่องท้องจะเพิ่มขึ้นมากเวลาไอ
…
(8). ไม่กินอิ่มเกิน
- คนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเกิร์ดควรแบ่งอาหารเป็นมื้อเล็กหน่อย วันละหลายๆ มื้อ เช่น วันละ 4-5 มื้อ ฯลฯ
…
- การกินอาหารมื้อใหญ่ๆ โดยเฉพาะการไปงานเลี้ยงหรือกินฟรี จะทำให้อาหาร น้ำ และลมในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
…
(9). ไม่กินข้าวคำน้ำคำ
- การกินข้าวคำน้ำคำ หรือการดื่มน้ำตามหลังอาหารแทบทุกคำจะทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
…
- ถ้าเป็นไปได้… ควรกินอาหารแค่พออิ่ม อย่าให้อิ่มเกิน อิ่มแล้วรอสักพัก 10-15 นาทีค่อยดื่มน้ำตาม
…
(10). ไม่กินไปพูดไป
- การกินไปพูดไปจะทำให้เผลอกลืนลม(อากาศ)เข้าไปพร้อมอาหาร ทำให้ปริมาณอาหาร น้ำ และลมรวมกันมากเกิน ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนมาก
…
(11). มื้อค่ำคำเล็กๆ
- อาหารมื้อเย็นหรือมื้อค่ำควรฝึกกินคำเล็กๆ กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และกินให้เร็วขึ้น เช่น ถ้ากินตอน 2 ทุ่มควรเปลี่ยนเป็น 1 ทุ่ม ฯลฯ และเปลี่ยนเวลากินข้าวเย็นให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนอาการทุเลาลง
…
- การกินอาหารใกล้เวลานอนจะทำให้อาหารที่ตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย เนื่องจากหลอดอาหารจะเปลี่ยนแกนจากแนวตั้งเป็นแนวนอน
…
- เปรียบคล้ายขวดน้ำ… ถ้าเปลี่ยนจากแนวตั้งเป็นแนวนอนแล้ว น้ำจะไหลออกจากขวดได้ง่ายขึ้น
- ยิ่งถ้าไม่กินข้าวเย็นแบบพระได้ยิ่งดี เพราะโรคเกิร์ดไม่ถูกกับข้าวเย็น และที่เสี่ยงแบบสุดๆ คือ มื้อดึก ซึ่งควรงดไปเลย
…
- การนอนหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ น้ำจะหกได้ง่าย
- ทางที่ดีคือ ควรกินอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง และไม่ควรดื่มน้ำมากๆ ก่อนนอนเช่นกัน
…
(12). ยืน เดิน หรือนั่งหลังอาหาร
- การก้มตัว โดยเฉพาะการยกของหนักมีส่วนทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย
- การก้มตัวไปข้างหน้า หรือเอี้ยวตัวไปด้านข้างหลังอาหารทันทีทำให้กรดไหลย้อนได้ง่าย เปรียบคล้ายการเอียงขวดใส่น้ำให้อยู่ในแนวราบ น้ำจะหกได้ง่าย
…
(13). ไม่ยกของหนัก
- การยกของหนักหลังอาหารทันทีจะทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นมาก ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้นมาก
- การยกของหนักทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ ไม่ยกของหนักภายใน 2 ชั่วโมงแรกหลังอาหาร
…
(14). กินอาหารไขมันต่ำ
- อาหารไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารประเภท “ผัดๆ ทอดๆ” หรืออาหารที่มีน้ำมันมาก เช่น กินสลัดผักแบบเทน้ำสลัดโชกหยาดเยิ้ม หรือกินแกงกะทิมากๆ ฯลฯ มีส่วนทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น
…
(15). หลีกเลี่ยงอาหารบางอย่าง
- อาหารบางอย่างอาจทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น พวกเราที่เป็นโรคเกิร์ดควรสังเกตว่า เราถูกกับอาหารอะไร ไม่ถูกกับอาหารอะไร จดบันทึกไว้ ต่อไปจะได้ปรับเปลี่ยนได้ ฯลฯ
…
- อาหารที่ไม่ถูกหรือแสลงกับโรคก็ควรกินแต่น้อย ไม่ต้องถึงกับงดจนเป็นศูนย์ เดี๋ยวชีวิตจะไม่มีความสุข
- หลักการคือ ขอให้ชีวิตเรามีความสุขที่ได้มีโดยชอบธรรม ไม่ไปคดโกง ไม่ไปเบียดเบียนใคร และขอให้แสวงหาความสุขที่ได้โดยชอบธรรมนี้แต่พอดี ไม่เสพสุขมากจนทำให้ตัวเรา หรือคนอื่นเดือดร้อน
…
- อาหารที่อาการทำให้โรคเกิร์ดหรือกรดไหลย้อนแย่ลงได้แก่ หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ อาหารจานด่วน(ฟาสต์ฟูด) ชอคโกแลต ถั่ว ลูกอม เนย ไข่ นม หรืออาหารรสจัดบางอย่าง
- ถ้าดื่มนม… ควรเปลี่ยนนมเป็นนมไขมันต่ำ หรือนมไม่มีไขมัน
…
(16). ไม่ดื่มน้ำคราวละมากเกิน
- การดื่มน้ำคราวละมากๆ เช่น 4-5 แก้วรวดเดียว ฯลฯ จะทำให้ปริมาตรอาหาร น้ำ และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่าย
…
(17). ไม่ดื่มเครื่องดื่มมากเกิน
- ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มมากเกินด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ (16) เครื่องดื่มที่อาจทำให้กรดไหลย้อนได้ง่ายคือ กาแฟ ชา น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง แอลกอฮอล์ เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ สาโท ฯลฯ
…
(18). ลดน้ำอัดลม
- น้ำอัดลมทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย
…
(19). ลดน้ำผลไม้
- น้ำผลไม้มีน้ำตาลมาก ทำให้อิ่มได้น้อย ทำให้ปริมาตรของลม(อากาศ)และน้ำในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้น ผลคือ กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้อ้วนง่ายด้วย
…
(20). นอนหัวสูง
- นอนหัวสูงในที่นี้ไม่ใช่หนุนหมอนหลายๆ ใบ เนื่องจากการหนุนหมอนหลายๆ ใบจะทำให้ปวดคอได้ง่าย
…
- วิธีที่ดีกว่าคือ การหาแผ่นไม้หรือแผ่นโลหะที่แข็งแรงมั่นคงมารองขาเตียงด้านหัวให้สูงขึ้น 6-10 นิ้ว เพื่อให้หลอดอาหารอยู่ในแนวตั้งมากขึ้นดังภาพ

- การรองหัวเตียงทำให้หลอดอาหารอยู่ในแนวนอนน้อยลง แนวตั้งเพิ่มขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นเบื้องบนได้น้อยลง
- ถ้าเป็นไปได้… ควรหาอะไรป้องกันไม่ให้ลำตัวลื่นไหลตกไปด้านปลายเตียงด้วยจึงจะดี
…
ถ้าทำทุกวิธีแล้วอะไรๆ ยังไม่ดีขึ้น เสนอให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาใช้ยาลดกรด (ทำให้การหลั่งกรดลดลง) และยาเสริมการทำงานของหูรูดหลอดอาหาร (ทำให้กรดไหลย้อนได้น้อยลง)
ถึงตรงนี้… หวังว่าทุกคนคงจะทราบวิธีหลีกเลี่ยง เจ้า GERD กันแล้วนะครับ ส่วนใครที่เป็นแล้วก็ไม่ต้องกังวล ปฏิบัติตนให้ดีเพราะคุณหมอของน้องมะม่วงเค้าบอกมาว่า โรคนี้มีโอกาสหายขาด แต่ต้องใจเย็นๆนะครับ…..
ที่มา
…
- ขอขอบพระคุณ > ท่านอาจารย์ ผศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล > แผ่นพับเรื่อง “ภาวะกรดหรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD)” > พิมพ์โดยบริษัท เอไซ (ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (etm@eisai.co.th).
…
- ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก “บ้านสุขภาพ” เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
- ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง… ควรปรึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล เภสัชกร หรือหมออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
…
- ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา + อ.ณรงค์ ม่วงตานี > สนับสนุนเทคนิค iT.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ ศูนย์แพทย์ชุมชน (CMU) แม่สัน-เมืองยาว โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 16 ตุลาคม 2551.
![This work is licenced under a Creative Commons Licence. [Creative Commons by-nc-sa]](http://i.creativecommons.org/l/by-nc-sa/3.0/80x15.png)



อืมมม เป็นอีกโรค ที่น่ากลัว และต้องเฝ้าระวัง
เป็นโรคเฉพาะตัวจริงๆ เลย
แค่อ่านก็ไมเกรนมาก่อน GERD แล้ว
ปอลิง ตอนเห็น topic นึกว่าโรคบ้า Gerrard ขึ้นสมองหมาน้อยซะแล้ว
ขอบคุณนะคะที่ให้ข้อมูล รู้จักขึ้นอีกเยอะเลยสำหรับเจ้าโรคนี้
aha..it’s very common for people with modern lifestyle. I saw many ads about heartburn medicine, such as Alka-Seltzer, Pepto-Bismol, Zantac 75, Tums(very common).
Both prevention and treatment medicine are also available.
Take care na Nong MaMoung.
@พี่กบ
โรคนี้จะเกิดกับใครก็ได้อ่ะค้าบ ที่เข้าข่าย ยังไงก็รักษาเนื้อรักษาตัวกันด้วยนะค้าบ
@คนเดินดิน
555 ตอนตู preview ก็มึนๆ เหมือนกัน กลัวว่าจะเยอะไป แต่ถ้าตัดให้สั้นกว่านี้ก็เกรงว่าจะได้เนื้อหาไม่ครบน่ะ
@ครูหนิง
มะเป็นไรค้าบ ขอบคุณ Wullopp เจ้าของเนื้อหามา ณ ที่นี้อีกครั้งนะครับ
@lek
แทงยู เพื่อนเล็ก … ตอนนี้ตูโดนไข้หวัด (ธรรมดา) เล่นงานอ่ะ ง่วงชิบ