GERD อาจเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ของคนทำงานอย่างเราๆ GERD คือ โรคที่พบได้บ่อยไม่แพ้โรคไมเกรนหรือโรคประจำตัวอื่นๆ ว่าแต่ต้องขอเกริ่นสะหน่อยครับ ว่าผมรู้จักเจ้า GERD นี่ได้ยังไง ที่มาที่ไปมีอยู่ว่าน้องมะม่วงของผมนี่แหละครับโดนเจ้า GERD รังแกจนต้องไปพบคุณหมอ ด้วยอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก และเหมือนอาหารติดคออยู่ตลอดเวลาหลังจากทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทีแรกก็นึกว่าน้องเค้าเป็นหอบกำเริบ แต่ เอ…พักหลังนี่น้องมะม่วงก็ดูแข็งแรงดี แถมยัง Happy กับงานอีกตะหาก ผมเองก็เลยเริ่มสงสัยว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติสะแล้ว เลยให้น้องเค้าลองไปพบคุณหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดดูน่าจะดีกว่าเรื่อง สุขภาพนี่รอช้าไม่ได้นะคร้าบ
ผลปรากฏว่าน้องมะม่วงเป็น GERD หรือที่่รู้จักกันในภาษาไทยว่า “โรคกรดไหลย้อน” ชื่อเต็มของมัน คือ Gastroesophageal Reflux Disease เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร โดยของที่ไหลย้อนกลับขึ้นไปส่วนใหญ่จะเป็นกรดในกระเพาะอาหารหรือบางครั้งอาจ เป็นด่างจากลำไส้เล็กซึ่งพบเป็นส่วนน้อยครับ ทั้งนี้ อาจเป็นสาเหตุทำให้หลอดอาหารอักเสบหรืออาจจะไม่ก็ได้
Read more…
เมื่อวานนี้ผมไปฟังผลตรวจสุขภาพประจำปี 2551 มา ผลก็ปรากฏดังนี้
- หัวใจ ปอด ตับ ไต ปกติ
- ไขมัน น้ำตาล ในเลือด ปกติ
- ความดันใกล้ๆ จะเป็นคนความดันทุรังสูงแล้ว
- กรดยูริกเกือบทะลุขีด
- น้ำหนัก –> อ้วนขึ้นอีกแล้ว
- เลือดน้อย คุณหมอเลยจัดยาบำรุงเลือด แบบเดียวกับที่ ญ ท้องเข้ากินกันมาให้ 300 เม็ด
To do list
- ออกกำลังกายใหม่สม่ำเสมอ (สัปดาห์ละ 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย) เพื่อลดน้ำหนักตัว และความดัน
- กินอาหารบำรุงเลือด (คุณหมอบอกให้กินเลือด จะเป็นเลือดหมู เลือดไก่ ก็ได้)
- ลดเครื่องใน สัตว์ปีก ลง เพราะจะได้ไม่เป็นเก๊าท์
เอวัง ด้วยประการฉะนี้ หึหึ
ป.ล. เย็นเมื่อวานไปเริ่มออกกำลังกายมา เยี่ยมมากเลย นอนหลับสนิท ตื่นมาไม่ง่วงด้วย อิอิ
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาก่อนจะนอนรู้สึกปวดต้นคอ กับท้ายทอยเหมือนนอนตกหมอน ผมก็ไม่ได้คิดมากอะไร พอตื่นเช้าขึ้นมาอาการปวดก็ยังไม่หาย แถมยังปวดกว่าเดิมอีก นอกจากนี้ยังย้ายที่ไปปวดที่กะโหลกซีกซ้ายแทน จนผมทนไม่ไหวต้องวานให้น้องมะม่วงโทรลางานแทน ระหว่างนั่งรถกลับบ้านก็ดันผะอืดผะอม จะอ๊อก มิอ๊อกแหล่ ผมก็ได้ยาดมกานพลูช่วยเอาไว้ได้ พอผมกลับถึงบ้านปุ๊บเหมือนกับร่างกายรู้ว่าุถึง safty zone แล้ว อ่า …. ผมก็อ๊อก ออกมาเลยคร้าบ เฮ้อ …
ตอนบ่ายสั่งข้าวมากิน ก็กินไม่ลง อ๊อกอีกแหละ
จนสุดท้ายก็พยายามกินได้อีก 4-5 คำเท่านั้นเอง ระหว่างนี้อาการปวดหัวก็ขยายมาเป็นปวดกะโหลกศีรษะทั้งสองข้างเลย แล้วก็ปวดขมับเหมือนมีใครเอาีคีบมาหนีบหัวเอาไว้ด้วย ตกเย็นน้องมะม่วงพาผมไปหาหมอที่ ร.พ.พระราม 9 หลังจากทำบัตรเรียบร้อย (มีการถ่ายภาพคนไข้ไว้ด้วย … ฮือ ๆ หน้าก็ไม่หล่อแล้วยังมาถ่ายตอนป่วยอีก)
รอแป๊บนึงคุณหมอกก็ใ้ห้ผมเล่าอาการป่วย จากนั้นคุณหมอก็ตรวจร่างกายเกี่ยวกับระบบสมองและประสาท เช่น ให้ลองเดินเป็นเส้นตรงแบบส้นเท้าต่อส้นเท้า การใช้ค้อนเคาะตามเข่า ศอก ฝ่าเท้า ตรวจท้อง และปอด ในตอนแรกผมก็สงสัยนะครับว่าผมแค่ปวดหัวทำไมตรวจเยอะจัง ผมเพิ่งมารู้ว่าคุณหมอที่ตรวจเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านสมอง คุณหมอเลยขอตรวจละเอียดเลย
คุณหมอสรุปว่าผมอาจจะเป็นไมเกรน เพราะผมเพิ่งมีอาการแบบนี้เป็นครั้งแรกแล้วเป็นผู้ชายด้วย (คุณหมอเฉลยว่าปกติแล้วไมเกรนมักพบมากในผู้หญิงน่ะครับ) คุณหมอเลยให้ฉีดยาแก้ปวด และยาแก้อาเจียน มาให้กินเพื่อรักษาอาการป่วยไป เสาร์นี้คุณหมอนัดไปดูอาการอีกทีนึง
สุดท้ายนี้ผมก็ต้องขอบคุณ
น้องมะม่วง – ที่ดูแลตั้งแต่พาไปหาหมอจนถึงตอนนี้นะจ๊ะ
คุณหมออริยา – คุณหมอใจดี และให้ข้อมูลคนไข้อย่างตรงไปตรงมา
พี่ๆ พยาบาล ณ ร.พ.พระราม 9 ที่น่ารักทุกๆ คน
ความเห็นล่าสุด